วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2561

                 คำว่า "อนุสาวรีย์คนเป็น" หากรู้ด้วยจิตวิญญาณแล้ว ย่อมสามารถเข้าใจในความหมาย และข้อความต่างฯ ในเว็บไซต์นี้ได้อย่างลึกซึ้งด้วยเช่นเดียวกัน  การใช้ชีวิตเพื่อบูชาในพระคุณ, การสร้างเพื่อเป็นอนุสาวรีย์สำหรับการบูชา, มิใช่เพื่อให้ตนเองมีที่อยู่,  เป็นถ้อยคำที่เข้าใจเพียงเฉพาะผู้ที่มีความเพียร เพื่อที่จะรู้จะเข้าใจในความหมายเท่านั้น  หากมีความเพียรเฉพาะการใช้ชีวิตให้มีความสนุกสนานไปวันฯ เพียรเฉพาะการหาอยู่หากิน  มิได้เพียรเพื่อให้มีบุญที่พึ่งได้ทั้งในชาตินี้ และพึ่งได้ในชาติหน้า  ก็จะไม่สามารถเข้าใจความหมายในข้อความเหล่านี้ได้เลย

                 สิ่งที่ไม่คาดคิดว่าจะได้พบได้เจอ ในสังคมสิ่งแวดล้อมเช่นนี้ ก็เกิดขึ้น... คงเป็นเพราะความเหนื่อย เหนื่อยทางใจ เมื่อเย็นวันที่ 17 กพ. 2561 ที่ผ่านมา  หลวงตาได้ติดต่อไปที่ร้านโกบอล เป็นร้านที่ได้ซื้อวัสดุอุปกรณ์การสร้างกุฏิหลังนี้จำนวนไม่น้อย ได้ปรึกษาเรื่องช่างไฟ (ที่มีความเชี่ยวชาญ) สำหรับการเดินไฟในกุฏิที่ค้าง (เกะกะรุงรังภายในกุฏิ) จากช่างจำเป็นอยู่

                 เวลาประมาณหนึ่งทุ่มเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เป็นเสียงของช่างไฟที่มีความปรารถนาจะทำบุญโดยการเดินไฟภายในกุฏิให้วัด ให้หลวงตาได้ใช้ตามปกติเหมือนวัดทั่วฯไป  วันรุ่งขึ้น (18 กพ. 2561) ชายหนุ่ม 2 คน 2 อำเภอ ถามเส้นทางเข้าวัด  "แล้วการวางระบบเดินสายไฟที่ถูกต้องก็เริ่มขึ้น"  จนถึงเวลา 20.05 น. แสงไฟในกุฏิก็สว่างขึ้น.

 

วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2561

                 นัท - ปรีชา 2 หนุ่มช่างไฟ ตั้งใจฟังเรื่องพัฒนาชีวิตให้เจริญทั้งทางธรรมและทางโลกด้วยความตั้งใจพนมมืออยู่ตลอดเวลา  หลวงตาพยายามให้เงินเติมน้ำมันรถจำนวน 1,000 บาท. (เฉพาะวั้นนั้น) แต่ชายหนุ่มทั้ง 2 ก็ยังคงยืนยันอยู่เช่นเดิมว่า "ผมทั้งสองคนปรารถนามาทำบุญให้วัดให้พระอาจารย์ ไม่ได้ต้องการเงินครับ"  แล้วเวลา 20.28 น. 2 หนุ่ม 2 อำเภอ ก็เดินทางกลับสู่บ้านเรือนของตนเองในค่ำคืนนั้น

 
ปรีชา (ซ้ายมือ) อำเภอจตุรพักตรพิมาน 101 --- นัท_(ขวามือ)อำเภอธวัชบุรี 101 -

                 ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา หน้าต่างกุฏิก็ปิดสนิท (สายไฟไม่ได้เข้าทางหน้าต่าง) ระลึกถึงพระคุณของพระรัตนตรัย ที่มาในรูปแบบต่างให้ชีวิตของหลวงตา มีชีวิตสำหรับการบำเพ็ญความดีตอบแทนพระคุณของพระศาสดาต่อไป.

 

วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2561

                 เช้าวันนี้ทราบว่าช่างพร้อมแล้วที่จะมาเดินไฟในกุฏิ   หลวงตาจึงประกอบสวิตซ์ไฟเพื่อใช้ตามจุดต่างฯตั้งแต่เช้า  จนถึงเวลา 11.05 น. ช่างไฟจึงได้ฤกษ์ทยอยเข้ามาในวัด งานเดินไฟในกุฏิก็ดำเนินไปแบบ "อีสานแล้ง" เวลาบ่าย 2 โมง (14.07 น.) ช่างไฟกลับไปเอาน้ำให้วัว - ให้ควายกิน  ในที่สุดช่างไฟก็กลับไปทำอาชีพหลักของเค้าคือ เลี้ยงวัว - เลี้ยงควาย  ไม่กลับมาวัดอีกเลย

ภาพเย็นวันนี้ภาพเย็นวันนี้ภาพเย็นวันนี้

                 วันนี้ทั้งวันหลวงตาจึงเป็นสารพัดช่างกลางป่าอีกครั้งหนึ่ง. ก็ได้แต่หวัง  หวังว่าก่อนเดินทางไป  งานวันมาฆะบูชา ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน  ไฟในกุฏิจะเสร็จเรียบร้อย  การใช้ชีวิตอยู่กลลางป่าท่ามกลางสังคมสิ่งแวดล้อมเช่นนี้ เป็นการยากมาก ยากที่จะมีใครรู้ใครเห็นว่าเป็นการบำเพ็ญบุญกุศลที่ไม่ธรรมดา  "ปลูกต้นไม้บนพื้นดินที่อุดมสมบูรณ์ ต้นไม้นั้นเจริญเติบโตเป็นเรื่องธรรมดา / ปลูกต้นไม้บนพื้นดินที่แห้งแล้งกันดาร เป็นการยากที่ต้นไม้นั้นจะเจริญเติบโตไปได้ / แต่หัวใจดวงนี้ก็พร้อมที่จะปลูก พร้อมที่จะดูแลรักตามอัตภาพของตนเอง  แม้จะต้องตายไปพร้อมกับต้นไม้นั้นก็ตาม"