ความสุข คือสิ่งที่ผู้คนทั่วไปเสาะแสวงหาอย่างไม่มีที่สิ้นสุด บางคนอาจจะสมปรารถนา แต่มีอยู่จำนวนไม่น้อยที่ต้องดิ้นรนแสวงหาและค้นหาต่อไป ความสุขที่มีอยู่ในยุคปัจจุบัน และเสพไม่รู้จักอิ่มคือความสุขที่เกิดจากการได้ จากการมี เช่น อำนาจจากการมียศ มีตำแหน่ง, ได้รับการสรรเสริญ, เป็นที่ยอมรับของหมู่คณะในสังคมระดับต่างฯ, มีบริวารบุคคลผู้ภักดี, มีสมบัติวัตถุสิ่งของที่ปรารถนา, เมื่อได้รับสิ่งเหล่านี้แล้วก็พยายามรักษาไว้ ไม่ให้เสื่อมหายคลายไป ถึงแม้จะใช้ความพยายามสูงยากสักเพียงใด ลำบากมากแค่ใหน ก็ยอมและพร้อมเสมอที่จะปฏิบัติเพื่อรักษาไว้ หากผู้ใดเห็นสิ่งดังที่กล่าวมานี้เป็นของแท้ เป็นแก่นสารที่แท้จริงของชีวิต เขาผู้นั้นย่อมพบกับความทุกข์ไม่มีที่สิ้นสุด พระศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ทรงสอนไว้ "ที่ใดมีสุข ที่นั่นมีทุกข์, ที่ใดมีสรรเสริญ ที่นั่นมีนินทา, ที่ใดมียศตำแหน่ง ที่นั่นย่อมมีความเสื่อมจากยศตำแหน่ง, ที่ใดมีความรักเกิดขึ้น ที่นั่นก็จะมีความชังเกิดขึ้นเช่นกัน"

         "ความเชื่อที่เลือกได้" ทุกฯเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่มีคำว่าบังเอิญ "เพราะกรรม(การกระทำ)ลิขิต" อาจจะเมื่อครั้งอดีตชาติอันไกลโพ้นที่ผ่านฯมา, หรือในชาติปัจจุบัน, สู่ความศรัทธา ความผูกพัน ความรัก ความชัง ความเป็นมิตร และความเป็นศรัตรู แล้วท่านเชื่ออย่างไร.

เมนูวันนี้กับ diaryboon

      ที่อยู่ภายนอก ที่อยู่ภายใน

      เฮือนน้อย ริมลำน้ำน่าน

      เจดีย์ร้าง กลางทะเลสาบ

      มีคือไม่มี ไม่มีคือมี

      สู่เทือกเขาตะเข็บชายแดน

      เมื่อเดินทางถึง.. อีกครั้ง

      นิทานก้อม "สกุณาน้อย"

      อดีต อนาคต ปัจจุบัน

      พลังบุญ พลังศรัทธา

      ความสงสัยที่หายไป

      ก้าวแรกสู่เส้นทาง

             ถึงแม้บางครั้ง อ่านแล้วอาจจะไม่เข้าใจ จงมีโยนิโสมนสิการเถิด แล้วจงอ่านด้วยหัวใจ เพราะชีวิตการเดินทางทำให้ได้พบกับบุคคลและเหตุการณ์ต่างฯมากมาย จึงได้นำมาเขียนไว้เฉพาะบางเหตุการณ์

ถ้อยคำภาษาเขียนอาจจะไม่สละสลวย เพราะไม่ใช่กวี ไม่ใช่ปราชญ์
แต่..เพราะเราคือไดอารี่บุญ
.

      โลกที่เหมือน โลกที่แตกต่าง โลกซ้อนโลก สามประโยคนี้รวมกันเป็นหนึ่งเดียว อาจจะไม่เข้าใจความหมายเพราะเป็นคำที่กว้างมาก อักขระต่อไปนี้จึงเป็นการเล่าถึงเหตุการณ์ต่างที่ผ่านมา และในปัจจุบันนี้ ในทรรศนะของ diary
โลกคือที่อยู่ทางกายเกิดมาแล้วดำรงชีวิตอยู่ จากวัยเด็ก สู่วัยหนุ่ม วัยกลางคน วัยชรา และดำเนินชีวิตไปข้างหน้าสู่จุดหมายปลายทางของชีวิตแบบโลกฯตามสมัยที่นิยมในปัจจุบัน(ตามสังคม) และ โลกคือที่อยู่ของจิตวิญญาณ นำพาดวงจิตวิญญาณเข้าสู่เส้นทางและนำไปให้ถึงซึ่งจุดหมายปลายทางคือ"สุญญตา"ตลอดเส้นทางสายนี้ต้องเดินฝ่า (หรือสวนทาง) มุมมอง ความเห็น และทรรศนะต่างฯมากมายของผู้ที่มีกายและจิตวิญญาณอยู่โลกเดียวคือโลกที่หนึ่ง หากความศรัทธาในหัวใจไม่มั่นคง จิตใจไม่เข้มแข็ง และไม่เด็ดเดี่ยวแล้ว เป็นการยากมากที่จะไปให้ถึงซึ่งจุดหมายปลายทางได้ ในสังคมไทยนี้จะเห็นได้ และสามารถรู้ได้ ถึงวิธีการนำจิตวิญญาณเดินทางเข้าสู่เส้นทางและไปให้ถึงคือ คำที่พระอุปัชฌาย์ และพระคู่สวดสอนผู้ที่จะบวชเป็นพระภิกษุอยู่ในอุโบสถ(คำสอนพิธีบวชพระ)นั่นเอง เป็นคำสอนที่เป็นมงคลอันสูงสุดของมนุษย์ แต่.. จะมีบุคคลสักกี่มากน้อยที่เห็นคุณค่านั้น

      บุคคลผู้ที่รู้ทั้งสองโลกอย่างแจ่มแจ้งในปัจจุบันนี้อยู่ที่ใดหนอ? ทำให้นึกถึงยุคสมัยหนึ่งที่ผ่านมา ณ หมู่บ้านเล็กฯกลางหุบเขาไกล้กับชายแดน มีบุคคลผู้รู้ท่านหนึ่งที่พอจะตอบเรื่องนี้ได้มีจิตวิญญาณเป็นครูสมบูรณ์แบบ และรับที่จะเป็นครูตลอดไป ต่อมาไม่นานเขาได้หายสาปสูญไป ข้าพเจ้าพยายามติดต่อตามหา แต่ก็จนปัญญา ขณะนี้จะตกทุกข์ได้ยาก หรือเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นกับเขาหรือเปล่าหนอ? จึงตั้งจิตอธิฐานให้เขาได้อ่านบทความบทนี้ หากเมื่อได้อ่านแล้วคงจะจำได้ว่าข้าพเจ้าหมายถึงครูผู้ตรวจทานอักษรที่เขียนผิดอยู่บ่อยฯ บางทีเขาอาจจะปรากฏให้ได้ยิน และให้เห็นอีกสักครั้ง การใช้ชีวิตเพียงหนึ่งเดียวอยู่ท่ามกลางอากาศที่หนาวเย็น บนยอดเขาที่สูงลิบลิ่วเช่นนี้ บางครั้งก็รู้สึกเหงาระคนเศร้า และทุกครั้งที่ความรู้สึกเช่นนี้เกิดขึ้น ก็พยายามสร้างเพื่อให้เกิดพลังใจในการเดินทางไปข้างหน้าเพื่อบรรลุเป้าหมายจุดประสงค์ที่ตั้งใจใว้ เพราะเราเองเป็นผู้เลือกที่จะใช้ชีวิตเข่นนี้ บนเส้นทางสายนี้ แล้วชีวิตที่เราเลือกเองก็ดำเนินต่อไป ต่อไป จนกว่าเราเองจะเป็นผู้เลือกที่จะหยุด

       บุคคลผู้ที่รู้ทั้งสองโลกอย่างแจ่มแจ้งในอดีตที่ผ่านมาอันไกลโพ้น ทำให้นึกถึงเรื่องที่พระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า สมัยเมื่อครั้งที่เสวยพระชาติเป็นพระโพธิสัตว์(ชาติที่บำเพ็ญบารมีชาติสุดท้าย) ที่พระองค์เกิดเป็น "พระเวสสันดร" จิตใจของพระองค์มีความตั้งใจมั่นคงอันแรงกล้าที่จะบำเพ็ญบารมีให้ครบถ้วนสมบูรณ์ เพื่อบรรลุเป้าหมายอันสูงสุด แต่โลกคือที่อยู่ของจิตวิญญาณ และนำพาจิตวิญญาณของพระองค์เพื่อไปให้ถึงซึ่งจุดหมายปลายทางนั้น สวนทางกับโลกของเหล่าเสนาอำมาตย์และชาวบ้านชาวเมือง(ในตำนาน) ทำให้ถูกเนรเทศ(ภาษาชาวบ้านเรียกว่าขับไล่) ออกนอกเมืองไปอยู่ในป่า
ยุคปัจจุบัน วันเวลาผ่านไปกว่า 2,500 ปีแล้ว ล่วงเข้าสู่ยุคค่อนพุทธกาล (ตำรากล่าวว่าศาสนาพุทธจะมีอายุ 5,000 ปี) ผู้ที่มีปณิธานอันแรงกล้า ที่ถือเอาคำสอนของพระศาสดาเป็นที่ตั้ง จะสามารถอยู่ใน "โลกที่เหมือน โลกที่แตกต่าง" สังคมในยุคนี้อย่างไร แล้วท่านผู้ติดตามมีความเห็นอย่างไร ถ้อยคำต่อไปนี้จึงเป็นถ้อยคำที่พยายามมองต่างมุม ในหลายฯมุม ท่านอาจจะไม่เคยอ่านไม่เคยพบเห็นในสื่อต่างฯ แต่มีอยู่จริงในสังคม
อ่านต่อคลิก

         เหมันต์ฤดู ความหนาวเย็นและความอบอุ่นที่ได้รับ เมื่อข้าพเจ้าได้มาอาศัยสถานที่ ที่เห็นอยู่ในภาพนี้เป็นที่อยู่ทางกาย เมื่อเริ่มเข้าสู่ พ.ศ.ใหม่ ท่ามกลางอากาศที่หนาวเย็นมาก บนยอดเขาที่สูงลิบลิ่ว ตามตะเข็บชายแดนไทย ที่เคยมีผู้คนเคยพูดว่า "บุคคลใดก็ตามถ้าใจไม่เกินร้อย จะมาไม่ถึงสถานที่แห่งนี้" เป็นเวลานานมากแล้วที่ไม่เคยพบกับอากาศที่หนาวเย็นเช่นนี้ เครื่องนุ่งห่มที่มีอยู่เป็นผ้าสามผืน ที่ใช้มาหลายปีแล้ว ทำให้นึกถึงบุคคลผู้มีอุปการะผู้หนึ่ง ที่ได้นำผ้าหนึ่งชุด (สามผืน) มามอบให้เมื่อก่อนถึงฤดูเหมันต์ที่ผ่านมา เขาอาจจะเห็นว่าชุดเดิมที่ใช้อยู่นั้น เก่า และขาดกระมัง เมื่อพิจารณาแล้วหลายฯอย่าง นับตั้งแต่รองเท้าแตะขึ้นมา อ่านต่อคลิก

              ในสังคมแห่งมนุษย์ทั้งหลาย หากให้เลือกระหว่าง ความรัก กับ ความโกรธ เกลียดชัง แน่นอนที่สุดแทบทั้งนั้นเขาก็จะเลือกความรัก แต่มีบุคคลอยู่กลุ่มหนึ่งเห็นโทษของความรัก และพยายามจะหนีไปให้ไกล บุคคลกลุ่มนั้น ผู้นั้นจะสามารถสลัดยางเหนียวเหล่านี้ได้หรือไม่ ติดตามต่อไป
              ความรักในโลกใบนี้มีอยู่หลายมิติ หลายทรรศนะด้วยกัน ด้วยความหลากหลายนี่เอง จึงไม่สามารถจะกล่าวอย่างละเอียดให้ครบถ้วนได้ บ้างก็กล่าวว่าทรรศนะแห่งความรักมี รักตัวกลัวตาย, รักใคร่ปรารถนา, รักเมตตาอารี, รักที่มีแต่ให้, มิติแห่งความรักของ สัตว์นรก, เปรต, อสุรกาย, สัตว์เดรัจฉาน, มนุษย์, เทวดา, พรหม, และพระอริยเจ้าตั้งแต่ระดับ พระโสดาบัน, พระสกิทาคามี, พระอนาคามี, จนถึงพระอรหันต์, มีบุคคลอยู่กลุ่มหนึ่งเห็นโทษของความรัก และพยายามจะหนีไปให้ไกลนั้นคืออย่างไร.. มาเถิด ร่วมเดินทางไปด้วยกัน(ทางใจ) กับ diary

ภาพสมัยแรกฯ ของการเดินทาง.

      วันและเวลาที่ผ่านพ้นไป จากวันเป็นเดือน จากเดือนเป็นปี จาก 1 ปี เป็น 2 ปี และเป็น 3 - 4 - 5 ปี และวันเวลาก็จะผ่านต่อไปไม่มีวันหยุด สัตว์โลกที่ขนานนามในหมู่กันเองบนโลกใบนี้ว่า ประเสริฐที่สุดกว่าสัตว์ทั้งปวงคือ "มนุษย์" และการกำเนิดเกิดขึ้นของมนุษย์ทุกฯชีวิต วันเวลาที่ผ่านไปย่อมมีการพัฒนาศักยภาพ ความสามารถ สติปัญญาให้สูงยิ่งฯขึ้นไป แต่..จะมีมนุษย์มากน้อยสักกี่คนที่พิจารณาอย่างแยบคายว่า วันและเวลาที่ผ่านไปนั้นได้กลืนกินชีวิตของเขาไปเรื่อยฯ ชีวิตที่จะอยู่บนโลกใบนี้นับวันแต่จะเหลือน้อยลงฯทุกขณะ และเขาสามารถพัฒนาจิตวิณญาณของตนเองให้เป็นสัมมาทิฏฐิ จนสามารถนำชีวิตของเขาทั้งหมดขึ้นสู้เส้นทางของการแสวงหา ความสูงสุดของมนุษย์ที่เกิดมาพบพระพุทธศาสนาอย่างถาวร การปฏิบัติตนโดยการใช้ชีวิตด้วยความไม่ประมาท เป็นคำสอนของท่านผู้รู้ แต่..ในยุคที่บุคคลทั่วไปต่างก็มีอัตตาตัวตนเช่นนี้ จะมีผู้ใดเข้าใจความหมายที่แท้จริง

                ยัง..ยังมีบุคคลอยู่กลุ่มหนึ่ง ที่มีปณิธานอันแรงกล้า ที่ถือเอาคำสอนของพระศาสดาเป็นที่ตั้ง และพยายามเดินตามรอยพระองค์ บุคคลกลุ่มนั้นคือผู้แสวงหาความหลุดพ้น หลุดพ้นจากเครื่องร้อยรัดอันเจ็บปวดทั้งปวง เพราะความรักใคร่ ความปรารถนาเป็นเหตุนั่นเอง ทำให้ผู้คนทั้งหลายได้ลิ้มรสกับความขมขื่นอันเจ็บปวด และแสวงหาความหลุดพ้นผันตัวเองมาเป็นนักบวช (แม้อุบาสก อุบาสิกา ที่เข้าร่วมงานปฏิบัติธรรม บวชเป็นชี พราหมณ์ ถึงจะเข้าร่วมเป็นครั้งคราวเพียงไม่กี่วัน ก็นับเป็นนักบวชเช่นกัน) นักบวชในที่จะกล่าวถึงนี้มีอยู่สามระดับด้วยกัน
1 บวชทางใจเป็นครั้งคราว กายเป็นฆราวาส นักบวชระดับนี้จะเห็นอยู่ทั่วไปตามงานปฏิบัติธรรม และตามสำนัก...
2 บวชเฉพาะกาย จิตใจยังเป็นฆราวาส นักบวชระดับนี้ (รวมทั้งชี พราหมณ์ นักปฏิบัติธรรมอาชีพ) เป็นผู้ที่ยอมละ...
3 ออกบวชทั้งทางกาย และทางใจ นักบวชระดับนี้ (หมายถึงพระภิกษุ สามเณร) ท่านได้เห็นโทษของความรักระดับนี้...
อ่านต่อคลิก

           "พระเครื่องเป็นที่พึ่งได้ จริงหรือ" ในทุกฯสังคมในปัจจุบันนี้ ผู้คนทั่วไปต่างแสวงหาที่พึ่งกันขวักไขว่ บทความนี้จะเกิดประโยชน์อย่างมากสำหรับผู้ที่กำลังแสวงหาที่พึ่ง อย่างน้อยที่สุดก็จะเป็นการรู้จักเส้นทาง และเดินเข้าสู่ความเป็นสัมมาทิฏฐิในทางพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริง มิใช่มีการนับถือศาสนาพุทธเพียงตัวอักษรที่อยู่ในทะเบียนบ้าน และบัตรประชาชนเท่านั้น
           ในยุค "จตุคามรามเทพ" เฟื่องฟู ร้านค้าตามท้องตลาดทั่วไปมีวางขายกันเกลื่อน เฉพาะที่ข้าพเจ้าเห็นมีราคาติดไว้ตั้งแต่ สองพันบาทขึ้นไป ใครจะเลือกซื้อสนนราคาเท่าไหร่ก็ย่อมได้ ต่อมาเมื่อหลายปีที่ผ่านมา ข้าพเจ้าได้เดินทางลงสู่ภาคใต้เดินลัดเลาะตามป่าตามเขาตามที่ตั้งใจไว้ ได้พบกับองค์จตุคามที่เคยวางขายในท้องตลาดเมื่อก่อนนี้จำนวนมากหลายพันองค์ แต่สิ่งที่แปลกคือถูกนำมาทิ้งรวมกันอยู่เป็นจำนวนมาก เมื่อก่อนใครฯก็พูดว่าเป็นของดีมีความศักดิ์สิทธิ์มีอภินิหารย์ เป็นที่นิยมกันมาก แต่ต่อมาทำไมจึงนำมาทิ้งตามป่า ตามข้างถนนจำนวนมาก แล้วท่านจะอธิบายอย่างไร
           ครั้งหนึ่ง ข้าพเจ้าได้รับการบอกเล่าจากผู้ใหญ่ว่ามีพระเครื่อง(ชื่อดังมากและเป็นที่นิยมกันมาก)อยู่องค์หนึ่งที่เก็บรักษามานาน และจะขอมอบให้กับข้าพเจ้า ความคิดเกิดขึ้นว่า "เราจะให้คนอื่นต่อ เพราะทุกครั้งที่เราได้พระเครื่องจากเหตุการณ์ต่างฯ การเดินทางของเราที่ผ่านมา เมื่อพบกับบุคคลที่ควรให้ เราก็ให้ พร้อมกับกำฃับบอกว่า ให้มีสติในการดำเนินชีวิต อย่าประมาทนะ หมั่นหาบุญกุศลอันเกิดจาก การให้ทาน รักษาศีล และเจริญภาวนาเป็นที่พึ่งนะ พระเครื่องนี้เป็นเพียงสัญลักษณ์ให้เราเป็นคนดี รู้จักอายชั่วกลัวบาปเท่านั้นนะ" เมื่อคิดเช่นนั้นจึงรับไว้ หวังว่าหากเจอบุคคลควรให้ก็จะให้เขาต่อ จนต่อมาเวลาผ่านไปเป็นเดือนจึงทราบว่ากรอบของพระเครื่ององค์นี้เป็นทองคำแท้ เฉพาะกรอบราคาเรือนหมื่น(เมื่อยี่สิบกว่าปีที่ผ่านมา) เมื่อรู้เช่นนี้ข้าพเจ้าจึงรีบเอาพระเครื่องกลับคืนสู่เจ้าของเดิม และคิดว่า "ดีนะที่เรายังไม่ได้ให้กับผู้ใด หากเราให้ไปแล้วเขาคงคิดว่าเรารักษาพระเครื่องใว้ไม่ได้ โอ้หนอพระเครื่องรักษาคน หรือคนรักษาพระเครื่อง" แต่.. ผู้คนทั่วไปในสังคม และทุกฯสังคมต่างก็แสวงหาที่พึ่งกันทั้งนั้น บ้างก็แสวงหาความศักดิ์สิทธิ์ อภินิหารย์ ของเครื่องรางของขลัง(พระเครื่อง)เป็นที่พึ่ง แต่ผู้มีปัญญาก็จะแสวงหาบุญกุศลอันเกิดจาก การให้ทาน รักษาศีล และเจริญภาวนา เป็นที่พึ่ง ซึ่งเป็นหนทางแห่งพระอริย อันจะได้พบกับความสงบเย็นที่แท้จริงแห่งชีวิต ไม่เสียชาติที่เกิดมาเป็นมนุษย์ได้พบกับพระพุทธศาสนา อายุของพระพุทธศาสนาจะมีอายุยืนยาวอยู่คู่โลกตราบเท่านานแสนนานได้ เพราะมีพุทธบริษัทที่มีปัญญานั่นเอง

           "เส้นทางสายแห่งบุญ สายนี้มิใช่เพียงเพื่อ ภพนี้ ชาตินี้เพียงเท่านั้น" เป็นถ้อยคำที่อาจจะไม่คุ้น และไม่เข้าใจ ของผู้คนจำนวนไม่น้อย เพราะปกติของผู้คนเหล่านั้นมักจะดำเนินชีวิตด้วยความปรารถนาว่า... ชีวิตที่เกิดมาในชาตินี้ ขอให้มีความอุดมสมบูรณ์ด้วยความสุข, ความสะดวกสบาย, ความร่ำรวยด้วยทรัพย์, ด้วยสรรเสริญ, ด้วยหน้าที่การงานที่เจริญยิ่งขึ้นเรื่อยฯ, ด้วยมิตรสหายแต่ที่ดีฯ, และเขาเหล่านั้นก็ลงมือปฏิบัติเพื่อให้ได้สิ่งที่เขาต้องการ ตามกำลังสติ ตามกำลังปัญญา ที่เขามีอยู่ เพื่อความบรรลุเป้าหมายที่ตั้งใว้
           เส้นทางแห่งสายที่ข้าพเจ้าเดินอยู่ มีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง คือจุดประสงค์ จุดหมายปลายทาง และความตั้งใจปรารถนา "ไม่มีแม้อยู่ในความรู้สึกนึกคิด ในความปรารถนาที่กล่าวมาในเบื้องต้น" บุคคลผู้ใด กลุ่มใดก็ตาม ที่มีส่วนร่วมในการเดินทางบนทางสายนี้อย่างถูกต้อง แม้ไม่เคยปรารถนาสิ่งใด แต่เขาย่อมได้รับผลแห่งอานิสงส์แน่นอน ตลอดเส้นทางสายหลัก สายแห่งบุญนี้ ทั้งสองฟากฝั่งทั้งซ้ายและขวา มีธรรมชาติที่แตกต่าง, อีกทั้งความเป็นอยู่, และการดำเนินชีวิตที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่ว่าที่แห่งนั้นเป็นที่อยู่ของมนุษย์ หรืออมนุษย์ โดยเฉพาะอมนุษย์มีหลายเผ่าหลายพวกนัก ทำให้ข้าพเจ้านึกถึงถ้อยคำในพระคำภีร์ที่พระบรมศาสดาได้ตรัสใว้ "ในผืนแผ่นดินอันกว้างใหญ่นี้ สถานที่ที่สัตว์ไม่เคยทิ้งสรีระ ไม่เคยนอนตายนั้น ไม่มีเลยแม้แต่น้อย พื้นที่ทุกส่วนของปฐพีอันกว้างใหญ่นี้ ล้วนเป็นที่ที่สัตว์ทอดทิ้งสรีระทั้งสิ้น สัตว์ทั้งหลายตายแล้วตายเล่าทับถมกันอยู่ในแผ่นดินนี้ สาเหตุอันแท้จริงของความตายหาใช่สาเหตุอื่นใดไม่ มันคือความเกิดนั่นเอง" แต่การดำเนินชีวิตของผู้คนทั้งหลายในยุคปัจจุบันนี้ ส่วนมากแล้วก็ยังหวังเพื่อจะมีความเกิดอยู่ร่ำไป ต่อไปอย่างไม่จบสิ้น อนิจจา...

           ได้พบกับกลุ่มผู้แสวงหาการออกจากความทุกข์ทางใจ โรคทางใจที่ผู้คนทั้งหลายเป็นกันอยู่จำนวนมากคือ เมื่อเข้าไปอยู่ในความคิดแล้ว ก็ไม่สามารถออกจากความคิดได้ จึงโดนความคิด กัดใจ, กินใจ, พบกับความเร่าร้อน, ระทมทุกข์, และพากันแสวงหาทางออก ทำให้นึกถึงพระสัทธรรมที่พระบรมศาสดาได้เคยกล่าวใว้ว่า "ภิกษุทั้งหลาย ทางนี้เป็นทางสายเดียวเพื่อความบริสุทธิ์ของเหล่าสัตว์ เพื่อล่วงโสกะและปริเทวะ เพื่อดับทุกข์และโทมนัส เพื่อบรรลุญายธรรม (อริยมรรค) เพื่อทำให้แจ้งพระนิพพาน ทางนี้คือ สติปัฎฐาน 4 ประการ" ภาพที่นำมาลงนี้ คณะแสวงบุญถ่ายใว้วันที่ 13-14-15 ตุลาคม 2555

         พลังแห่งความสร้างสรรค์สิ่งที่ดีงาม สู่ความเจริญสูงสุดของชีวิตมนุษย์ ที่ทรงพลังอย่างมหาศาลมากที่สุด ไม่มีสิ่งใดเทียบเท่าพลังแห่งบุญในพุทธศาสนา, พลังแห่งความเคารพธรรมนำไปสู่การปฏิบัติสู่ความบริสุทธิ์, อันเป็นการนำไปสู่พลังแห่งความศักดิ์สิทธิ์ทั้งปวง, บนยอดดอยที่ตั้งเด่นสูงสง่าอยู่กลางหุบเขาที่สลับซับซ้อน ที่เห็นอยู่ในภาพนี้ เป็นสถานที่ ที่รวมขุมพลังแห่งความยิ่งใหญ่ที่สุด โดยเฉพาะประมุขของสถานที่แห่งนี้ มีคุณสมบัติครบถ้วนบริบูรณ์ จึงเป็นเนื้อนาบุญของมนุษย์และเทวดาทั้งหลาย. ด้วยแรงปรารถนาอันแรงกล้า ทำให้การเดินทางท่องเที่ยวจาริกไปตามสถานที่ต่างฯของข้าพเจ้า ได้มีโอกาส

มาพบเจอกับความเป็นมงคลของสถานที่แห่งนี้ ท่ามกลางความเป็นอยู่ของชนพื้นเมืองชาวไทยใหญ่ วัฒนธรรมประเพณีดั้งเดิมที่งดงาม ศิลปะแห่งการดำรงชีวิตอันเรียบง่ายของผู้คนทั้งหลายที่ข้าพเจ้ารู้จัก ต่างมีความศรัทธาเลื่อมใสในพระสัทธรรมคำสอนของพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้านำไปปฏิบัติ เพื่อให้ถึงซึ่งความเจริญยิ่งฯขึ้น สู่ความบริสุทธิ์สูงสุดของการเกิดมาเป็นมนุษย์

           แต่ก็มีผู้คนอยู่ไม่น้อยที่พยายามสร้างแต่คุณงามความดีทั้งทางโลก และทางธรรม มีความสุขเป็นที่หวังในชีวิต แต่ถึงกระนั้นก็ตามเขาเหล่านั้นก็ยังพบกับความทุกข์ที่เกิดขึ้นทางใจอยู่ "เป็นเพราะเขาเหล่านั้นสร้างคุณงามความดีที่ยังขาดปัญญาทางธรรมนั่นเอง อาจจะใช้เฉพาะปัญญาทางโลกฝ่ายเดียว หรือปัญญาทางธรรมที่เกิดขึ้นยังไม่เพียงพอ" เส้นทางสายบุญทำให้ข้าพเจ้าได้มาสัมผัสกับหลายฯอย่างในสถานที่แห่งนี้ แล้วเวลาที่ข้าพเจ้าจะต้องเดินทางต่อก็มาถึง เมื่อรวมวันเวลาที่ได้อยู่สถานที่แห่งนี้เป็นเวลา 109 วัน สิ่งที่นำไปด้วยคือ ความประทับใจในคุณงามความดี ความเอื้อเฟื้อต่างฯ และความปรารถนาดี จากผู้คนหลายกลุ่มหลายคณะที่มอบให้แก้ข้าพเจ้า "ขอบคุณทุกไมตรี" แล้วชีวิตของข้าพเจ้าก็ต้องเดินทางต่อไป ตามปณิธานที่ตั้งใว้.

               เมื่อได้มาอยู่บนเกาะกลางทะเลสาป ดินแดนที่มีความแปลกพิสดาล แต่ความจริงที่มีอยู่ยังสามารถพิสูจน์ได้ในยุคปัจจุบัน นับย้อนหลังไปเมื่อยุคต้นกรุงรัตนโกสินทร์ เจดีย์กลางน้ำที่เรียกกันอยู่ในยุคปัจจุบันนี้อยู่ในพื้นที่ของตำบลผาเลือด อำเภอท่าปลา จังหวัดอุตรดิสถ์ ผู้คนในยุคนั้นประกอบอาชีพใช้ชีวิตอย่างราบเรียบ ตามวิถีชีวิตชาวป่าชาวเขาอย่างยาวนาน วันเวลาล่วงผ่านมาจนถึงยุคปัจจุบัน มีการศึกษาถึงประโยชน์ของการกักเก็บน้ำไว้ใช้ ในที่สุดจึงมีการสร้างทำนบเก็บกักน้ำหรือกั้นเขื่อนเกิดขึ้น ต่อมาเขื่อนดังกล่าวได้รับพระราชทานชื่อว่า "เขื่อนสิริกิติ์" เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2511 ชาวบ้านที่อาศัยอยู่อย่างสงบ มีวัฒนธรรมการใช้ชีวิต ที่ถือสืบต่อกันมายาวนาน จำต้องย้ายบ้าน พาลูกพาหลานไปใช้ชีวิตอยู่ในถิ่นอื่น อจิจจา! วัดวาอารามต่างฯ หมู่บ้านต่างฯ ในบริเวณอันกว้างไกล ณ แห่งนี้ในปัจจุบัน อยู่เมืองบาดาล ใต้น้ำ

เป็นที่อยู่อาศัยของฝูงปลา นาฯ ชนิด หากผู้คนทั้งหลายที่เคยเป็นผู้อาศัยอยู่เดิม มาเห็นว่าบัดนี้สถานที่เหล่านั้น เป็นที่อยู่อาศัยของฝูงปลานาฯชนิด และเหล่าสัตว์น้ำทั้งหลาย จะมีความรู้สึกอย่างไร อีกทั้งวัดวาอารามจำนวนไม่น้อย เมื่อครั้งก่อนเป็นสถานที่ ที่ชาวบ้านพากันไปแสวงบุญร่วมทำบุญตักบาตร ให้ทาน โดยมีหลวงตา และสามเณรน้อย เป็นเนื้อนาบุญของชาวบ้านทั้งหลาย จนวันเวลาล่วงเข้าสู่ยุคปัจจุบัน คุณค่าแห่งอารยธรรมอันเป็นมรดก ถูกลบ ถูกลืมเลือนด้วยความทะยานอยากของกิเลสตัณหา(ความอยากที่ไม่รู้จักพอ) และความหลากหลายแห่ง เทคโนโลยี่สมัยใหม่ ที่ผู้คนทั่วไปต่างพากันหลงใหล แสวงหากันยิ่งนัก

           ข้าพเจ้าเป็นอีกผู้หนึ่ง ที่เดินทางผ่านมาและได้พักอาศัยอยู่ "พระธาตุเจดีย์กลางน้ำ เกาะกลางทะเลสาป" ค่ำของวันแรกที่เดินทางสู่เจดีย์กลางน้ำ เรือหางยาวลำเล็กของชาวแพในละแวกนั้นแหวกสายน้ำอันสงบนิ่ง เสียงเครื่องยนต์ดังลั่นในท้องน้ำอันกว้างใหญ่ ได้พาข้าพเจ้าเดินทางเพื่อให้ถึงจุดหมายคือ "พระธาตุเจดีย์กลางน้ำ บนเกาะกลางทะเลสาป" มองไปดูท้องฟ้าฝั่งทิศตะวันตก ห่างไกลจากทิวเขาที่เรียงรายทับซ้อนกันอยู่ เห็นเพียงแสงเรืองฯของพระอาทิตย์ที่แสดงว่า อีกไม่นานความมืดของยามค่ำคืนจะกลืนกินห้วงน้ำ ขุนเขา สถานที่ต่างฯทั้งหมด ก้าวแรกที่เหยียบย่างเข้าสู่เกาะเจดีย์กลางน้ำ ไฟฉายในมือสาดส่องไปข้างหน้า เพื่อดูว่าที่ใดคือทางเดิน แสงริบหรี่ของไฟฉายถ่านไกล้จะหมด ต่อมาไม่นานก็ดับลง มองไปข้างหน้าไกลฯ เห็นเงาตะคุ่มฯหนึ่ง คิดว่านั่นคงจะเป็นสถานที่ ที่จะนอนในคืนนี้ เป็นช่วงเวลา 7 วัน แห่งความทรงจำที่ประทับใจ ความศรัทธาของกลุ่มบุคคลที่ได้พบ ได้รู้จัก ทั้งที่เป็นรูปธรรม และนามธรรม.

           ถิ่นกำเนิด ดินแดนที่ราบสูง ถิ่นกันดาร เป็นคำที่ผู้คนทั่วไปมักเรียกกันสมัยเมื่อหลายสิบปีมาแล้วของภาคอีสาน การพัฒนาศักยภาพของชีวิตความเป็นอยู่ของชาวภาคอีสานในท้องถิ่นที่ข้าพเจ้าเคยเติบโตมา จากอดีตสู่ปัจจุบัน สิ่งที่เห็นเด่นชัดมากคือ แต่ก่อนเมื่อต้องการหาอาหารชาวบ้านทั้งหลายก็จะเตรียมอุปกรณ์คือ เสียม, เบ็ด, หนังสติ๊ก, พุ, และฯลฯ. มุ่งหน้าสู่ทุ่งนา, หรือตามราวป่า, เหล่าต่างฯ, แต่ปัจจุบันเขาเหล่านั้น อาศัยรถตลาดที่วิ่งขายอยู่ตามหมู่บ้านต่างฯ วันละหลายฯรอบ อีกทั้งบ้านเรือนที่อยู่อาศัย และพาหนะที่ใช้สัญจรไปมาก็แตกต่างจากสมัยก่อนอย่างสิ้นเชิง "คำตอบทั้งหลายดูได้จากภาพยนตร์ที่ได้นำมาลงให้ดูทั้งสองเรื่อง ลูกอีสาน และครูบ้านนอก" เมื่อกาลเวลาผ่านไปเรื่อยฯ หลายฯอย่างในชีวิต สิ่งที่เป็นวัตถุ ใช้ในการดำเนินชีวิต ก็แตกต่างจากเดิม และจะพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรมต่อไปเรื่อยฯ

           แต่ยังมีอยู่อย่างหนึ่งที่ยังเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเป็นคนที่เกิดมาในตระกูลเศรษฐี, คนยากคนจน, บุคคลที่อยู่ในสังคมศิวิไลซ์และมักขนานนามเรียกกันว่า "ไฮโซ คนชั้นสูง" สิ่งนั้นคือเมื่อความทุกข์เกิดขึ้นก็พยายามดิ้นรนขวนขวายหวังเพื่อจะหลุดพ้นออกจากความทุกข์นั่นเอง โดยปกติธรรมชาติของมนุษย์มีสัญชาตญาณของการบำบัดความทุกข์ทางกายใด้อยู่แล้ว เมื่อหิวก็รู้จักแสวงหาอาหารมาบำบัด,เมื่ออากาศร้อนหรือหนาวก็รู้จักวิธีบำบัดให้ร่างกายอบอุ่น, เมื่อร่างกายเจ็บป่วยก็รู้จักวิธีหายามาบำบัดให้หายจากโรคนั้นฯ แต่สิ่งที่เหมือนกันและต่างกันนั้นก็คือ วิธีบำบัดรักษาโรคที่เกิดทางใจ คือพิษภัยอันเกิดจากการกำเริบของราคะ โทสะ โมหะ ผู้ที่มีปัญญาก็จะอาศัยพระธรรมคำสอนของพระศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นที่ตั้ง และปฏิบัติตามเข้าสู่การให้ทาน,การรักษาศีล,และเจริญภาวนา, แต่ยังมีบุคคลอยู่ไม่น้อยที่ยังหลงงมงายอยู่ในเดรัจฉานวิชา อันเป็นวิชาที่พระพุทธเจ้าทรงสอนไม่ให้พระสงฆ์สาวกของพระองค์ปฏิบัติ

         นั่นเป็นเพราะการขาดสติปัญญา สติปัญญาในที่นี้หมายถึงสติปัญญาที่เกิดจากการศึกษาพระสัทธรรม การเจริญภาวนาด้วยสัมมาทิฏฐิ หรือจะเรียกอีกอย่างหนึ่งเขามีเฉพาะดวงตาเพียงข้างเดียวเห็นเฉพาะสิ่งต่างฯของทางโลกฯเท่านั้น ยังขาดดวงตาแห่งแสงธรรมอันจะทำให้เกิดปัญญารู้เห็นตามความเป็นจริงตามที่พระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสอนใว้ "อุปมาที่พึ่งในพุทธศาสนานี้เปรียบเสมือนต้นโพธิ์" ผู้คนทั่วไปต่างแสวงหาที่พึ่ง แน่นอนทุกชีวิตต้องการที่พึ่งอันเกษมที่ดีที่สุด บางคนก็เอากิ่งที่แห้งบ้าง,ใบที่ร่วงหล่นลงแล้วบ้าง,บางคนก็เอาเปลือกเอาสะเก็ดบ้าง,บางคนก็เอากาฝากที่อาศัยเกาะอยู่บนต้นโพธิ์บ้าง,เป็นที่พึ่ง เคยมีบุคคลจำนวนไม่น้อยที่ถามข้าพเจ้าว่า "จะทำอย่างไรจึงจะรู้ว่าสิ่งใดเป็นกิ่ง,เป็นใบ,เป็นกาฝาก" ก็ได้รับคำตอบเดิมฯที่ข้าพเจ้าพูดอยู่เสมอฯเมื่อมีคนถามคือ "จงมีสัมมาทิฏฐิในหัวใจ ศึกษาพระสัทธรรมอย่างถ่องแท้ และนำไปสู่การปฏิบัติเจริญภาวนาด้วยหัวใจที่เปี่ยมด้วยศรัทธาที่มั่นคงและความเพียรที่มั่นคง จนเกิดปัญญาญาณ ก็จะรู้และเข้าใจทั้งคำถามและคำตอบทั้งหมด"

บุญที่ทำกรรมที่ก่อ ชีวิตของผู้คนทั้งหลายจึงถูกกรรมลิขิต กรรมในที่นี้หมายถึงการกระทำของเราเอง ในภพชาติปัจจุบันและในภพชาติอดีตที่ผ่านมา บางคน "ประกอบธุรกิจการงานมองเห็นความสำเร็จอยู่เบื้องหน้า แต่เมื่อวันเวลามาถึงจริงฯกลับล้มเหลวอย่างไม่เป็นท่า" ก็มี แต่บางคน "ทำงานที่ดูแล้วเป็นงานพื้นฯไม่น่าจะเกิดความร่ำรวยได้ แต่เมื่อวันเวลาผ่านไปกลับพบกับความสำเร็จเจริญรุ่งเรืองยิ่งฯขึ้น" ก็มี ทุกชีวิตต่างมีความต้องการประสบความสำเร็จ

ในชีวิตด้วยกันทั้งนั้น เขาเหล่านั้นอาจจะคิดไม่ถึงว่า "บุญที่แท้จริงสามารถบันดาลทุกสิ่งทุกอย่างได้" เขาจึงมุ่งแต่ทำบุญฝ่ายโลกอย่างเดียว จึงขาดศรัทธาการสร้างบุญกุศลฝ่ายธรรม บางคนอาจจะเรียกได้ว่าบุญนำทาง แต่บางคนอาจจะเรียกตรงข้ามกัน. เส้นทางสายที่ข้าพเจ้าเดินทางอยู่ในปัจจุบันทำให้ได้พบเห็นชีวิตของผู้คนที่หลากหลาย ผู้ใดที่เป็นสัมมาทิฏฐิเมื่อได้รับคำแนะนำสามารถนำไปปฏิบัติด้วยความศรัทธาอันมั่นคงก็ได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่า แต่บุคคลจำนวนไม่น้อย มีหัวใจศรัทธาในพระสัทธรรมน้อย หรือพลังแห่งศรัทธาไม่เพียงพอก็ไม่นำไปสู่การปฏิบัติ หรือไม่สามารถรักษาการปฏิบัติได้อย่างต่อเนื่องจนถึงจุดหมายปลายทาง ชีวิตของเขาก็ดำเนินไปตามยถากรรมของเขา แล้วชีวิตของข้าพเจ้าก็ดำเนินต่อไป ตอบแทนคุณค่าอันยิ่งใหญ่มหาศาลของพระพุทธเจ้า,พระธรรม,พระสงฆ์สาวกผู้ประพฤติดีปฏิบัติชอบ, ตามโอกาส และตามกำลังสติปัญญาที่มีอยู่ต่อไป.

           นกน้อยผู้น่าสงสาร มองไปด้านหน้าเห็นแต่ทิวเขาที่สลับซับซ้อนเรียงรายไปจนสุดสายตา ณ หุบเขาที่เป็นสัปปายะมีธรรมชาติที่สงบ เหมาะสำหรับการบำเพ็ญภาวนาของนักบวชที่มุ่งแสวงหาความวิเวก จนกาลเวลาผ่านไปทำให้เป็นที่รู้จักของผู้คนมากขึ้น ต่อมาผู้คนก็หลั่งใหลมาอยู่เพิ่มขึ้นเรื่อยฯ จนบัดนี้กลายเป็นเมืองที่ผู้คนทั่วไปรู้จัก ถึงแม้จะมีผู้คนอาศัยอยู่เพิ่มขึ้นเรื่อยฯ รวมกับเจ้าของพื้นที่เดิมที่อาศัยอยู่ก่อนคือชาวเขาเผ่าต่างฯ แต่ยังคงมีความเป็นธรรมชาติที่สวยงามสมบูรณ์อยู่ ผู้คนทั่วไปดำเนินชีวิตอย่างเรียบง่ายพบกับความสงบเรื่อยมา เมืองนี้อยู่ทางทิศเหนือของประเทศไทย จนปัจจุบันความเจริญทางโลกขยายมาถึง จึงมีการพัฒนาทางวัตถุมากขึ้นเรื่อยฯ และก็จะถึงวันที่สังคมแห่งนี้มีความศิวิไลซ์อย่างครบวงจร เมื่อนั้นนักบวชผู้แสวงหาความวิเวกเมื่อเดินทางมาพบสถานที่แห่งนี้แล้ว ก็ต้องจาริกแสวงหาอีกต่อไป

           ห่างจากหุบเขาอันสวยงามจากแห่งนี้ไม่ไกลนัก ความสมบูรณ์ของธรรมชาติยังมีอยู่ครบถ้วนให้ความผาสุขร่มเย็นกับเหล่าสัตว์ทั้งหลายที่อาศัยอยู่ตามป่าเขาลำเนาไพรในหุบเขาแห่งนั้น ในหุบเขาแห่งนี้เป็นสถานที่ ที่ฤาษีมาอาศัยบำเพ็ญบารมีอยู่เป็นประจำ มีนกน้อยอยู่ตัวหนึ่งมีความสดใสร่าเริงเป็นปกติ เมื่อรู้ว่าบัดนี้มีฤาษีมาอาศัยบำเพ็ญบารมี มักบินออกจากรังมาฟังธรรมอยู่เป็นประจำเมื่อได้รับความเบิกบานจากธรรมที่ฤาษีให้ก็บินกลับรัง ปฏิบัติเช่นนี้อยู่เป็นประจำ ต่อมาไม่นานฤาษีตนแล้ว ตนเล่า ก็ท่องเที่ยวจาริกต่อไปตามวิถีของผู้แสวงหาความนิรันดร จนต่อมามีฤาษีที่มีความพร้อมด้วยวิชาแห่งตน เดินทางผ่านมาเห็นธรรมชาติที่มีความสงบ สงัด จึงอาศัยหุบเขาแห่งนี้บำเพ็ญบารมีอยู่นับปี ต่อมาวันหนึ่งนกน้อยตัวนั้นเห็นเครื่องนุ่งของฤาษีขาด ก็ทำหน้าที่อุปฐากด้วยการเที่ยวบินเสาะแสวงหาจนสามารถนำเข็มและด้ายมาถวายให้ฤาษีตามความปรารถนาแห่งหัวใจสกุณาน้อย

           ต่อมาวันแห่งความเป็นมงคลมาถึง เป็นวันที่พระฤาษีจะได้มอบเคล็ดวิชาให้กับผู้มีบุญบารมีที่ควร ต่อการที่ได้บำเพ็ญมาแล้ว สกุณาน้อยตัวนี้คือหนึ่งของผู้ที่ควรจะได้รับ นกน้อยมีความตั้งใจเต็มเปี่ยมที่จะไปรับเคล็ดวิชาจากพระฤาษี เมื่อเตรียมตัวเตรียมใจพร้อมแล้ว พลันดอกบัวอันเป็นที่อยู่ของนกน้อยก็หุบลง นกน้อยผู้น่าสงสารโดนดอกบัวหุบไว้ ไม่สามารถที่จะบินไปตามปรารถนาได้ ได้แต่อ้อนวอน อธิฐาน ให้ดอกบัวจงบานเถิด ฯ และขอให้บานอย่างนิรันดร์เถิด เหตุการณ์ต่างฯที่เกิดขึ้นกับนกน้อยผู้น่าสงสารพระฤาษีล่วงรู้ทั้งหมด จึงได้เข้าฌาณและให้คาถากับนกน้อยสอนวิธีการใช้คาถาให้ถูกต้อง เพื่อปลดเปลื้องเครื่องพันธนาการ สู่ความเป็นอิสระจากสิ่งทั้วปวง, อย่างถาวร, อย่างแยบคาย, และอย่างมีศิลปะ,
           "ผู้ใดมีสติ เท่ากับมีสิ่งนำโชคอยู่ตลอดเวลา" คือคาถาที่พระฤาษีได้ให้กับนกน้อยผู้น่าสงสาร เคล็ดวิชาชั้นสูงที่นกน้อยได้รับ, วิธีการใช้อย่างถูกต้องที่ได้รับ, มีพร้อมแล้ว แต่ ความศรัทธาที่มั่นคงถาวร, และความมี "โยนิโสมนสิการ" ในดวงใจของนกน้อยผู้น่าสงสาร จะมีพร้อมหรือไม่ และจะสามารถปลดเปลื้องเครื่องพันธนาการ สู่ความเป็นอิสระจากสิ่งทั้วปวง, อย่างถาวร, อย่างแยบคาย, และอย่างมีศิลปะ, ได้หรือไม่ ขอจงมีหัวใจที่เข้มแข็ง จงโชคดีเถิด และจงโชคดีตลอดนิรันดร์เถิดสกุณาน้อยในกรงทอง.