"ความสุข" ยิ่งวิ่งหา.. ยิ่งวิ่งตาม.. นับวันแต่จะยิ่งห่างไกลออกไปเรื่อยฯ.....

 
 
 

วันที่ 8 มีนาคม 2560 /  "กลับถึงวัดป่าดงยาง ร้อยเอ็ด"
             การเดินทางจาริกครั้งนี้ ได้เข้าไปถึงประเทศลาว ย้อนลำรึกถึงสมัยเมื่อหลายสิบปีที่ผ่านมา ซึ่งหลายฯอย่างเมื่อก่อนนี้ยังมีอยู่ในหัวใจของคนชนบทบ้านนอก (คนภาคอีสาน) แต่ในยุคปัจจุบันนี้นับแต่จะเลือนหายไปจากจิตวิญญาณเรื่อยฯ จนเรียกได้ว่า "หายากมากฯ"  อาจจะเป็นเพราะแสงสว่างของสมัยใหม่ฯเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก จึงทำให้ผู้คน "ลืมความสงบสุขในสมัยที่ยังใช้ตะเกียงน้ำมันก๊าด, อาหารถ้วยเดียวกินได้เป็นเดือนฯ (เอื้อเฟื้อแบ่งปันกัน), ทำไร่ทำนามีบักตู้ (ชื่อควาย) เป็นเพื่อนสหายช่วยกัน" คงจะหลงเหลือไว้เป็นเพียงตำนานเล่าสูกันฟัง แล้วก็จะค่อยฯลบเลือนไปจากความทรงจำ... เงียบหายไปดังคลื่นกระทบฝั่งในที่สุด.....

ที่พักหลับนอนคืนแรก

กุฏิอยู่ในวัด - ลาว

ความเป็นอยู่ปัจจุบัน

ค่ำคืนแรก ของการจาริกในครั้งนี้
 
 

"ขอบคุณสำหรับที่มุงที่บังฝน" ในค่ำคืนที่ผ่านมา...
             หลังจากซักจีวรตากเรียบร้อยดีแล้ว..อาบน้ำครั้งนี้ใช้เวลานานอยู่มากคงจะเป็นเพราะไม่ได้อาบน้ำมาเป็นเวลาสามวันแล้ว ทั้งหนวด ทั้งเคราขึ้นรกรุงรังไปหมด  ได้เวลาพักผ่อนหลับนอนเสียที กลางดึกต้องสะดุ้งตื่นขึ้นมาเพราะเปียกไปทั้งตัว ด้วยฝนตกหนักและลมพัดแรง  ทำให้นึกถึงความปรารถนาดีของหัวใจทุกฯดวง ที่ตั้งใจทำบุญ, บริจาค, สร้างที่มุงที่บัง สำหรับลมและฝนในค่ำคืนที่ผ่านมา...

บรรยากาศเช้าวันนี้ หลังฝนตก

             แม้ขณะนี้ เวลา 17.15 น. (วันที่ 8 มีนาคม 2560) ฟ้ามืดครึ้ม ร้องคำราม เหมือนเป็นการส่งสัญญาณว่า ฝนกำลังจะตกอีกแล้วนะ  หัวใจใต้ร่มเงาอันศักดิ์สิทธิ์ของพุทธศาสนาเช่นนี้อยากจะบอกว่า.. "ขอบคุณสำหรับที่มุง, ที่บัง, ป้องกันอันตรายจากลม, จากฝน, จากแดด, อันประณีตเช่นนี้ ขอบคุณ ขอบคุณ และขอบคุณ".....

 
 

"สัญชาตญาณหลบภัย"
             มั่นใจว่าเจ้าแมวสีลายดำนี้เป็นแม่ลูกอ่อน... แต่ไม่สามารถทราบได้ว่าเค้าไปคลอดลูกอยู่ส่วนใดของโรงพยาบาล (บนเนื้อที่วัดสามร้อยไร่) พยายามสอบถามก็แล้ว ตามหาก็แล้ว แต่จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่เจอ เค้าอาจจะไปคลอดอยู่บนต้นไม้ก็ได้... ก็ได้แต่หวัง หวังว่าสักวัน เมื่อลูกโตแล้ว เค้าจะพาลูกฯมาหาหลวงตา เพื่อตั้งชื่อ และทำพิธีสู่ขวัญ รับเป็นสมาชิกเข้าสู่ครอบครัวของเรา.....

บุญเก่าของพวกเจ้ายังเหลืออยู่นะ

             ใช่แล้ว ใช่แล้ว.. เหตุการณ์เช่นนี้เคยเกิดขึ้นมาครั้งหนึ่งแล้ว เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2559 ปีที่แล้วนี่เอง  เค้าคงคิดว่ากุฏิโรงเห็ดไม่ปลอดภัย มีให้เห็นมาหลายครั้งหลายคราแล้ว มีการถล่มอยู่เป็นประจำ สัญชาตญาณหลบภัยจึงได้พาลูกน้อยฯไปสู่สถานที่ สิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัยกว่า  แล้วเจ้าอย่าลืมนะ เมื่อลูกฯโตแล้วพากันมาเยี่ยมหลวงตาบ้าง...
             สถานที่แห่งนี้เป็นบุญมากนะ เพราะการดำรงชีวิตอยู่ได้นั้น ต้องมีความอดทน / หนักแน่น / เข้มแข็ง / และมั่นคง / จึงจะสามารถอยู่ได้  อาจจะไม่มีใครรู้ ไม่มีใครเข้าใจสิ่งนี้ได้ แต่หลวงตาเชื่อว่า "หากเจ้าทั้งหลาย (แมวทั้งหลาย) พิจารณาอย่างแยบคาย จะสามารถรู้ตามที่หลวงตารู้ได้".....

 
 
 
เจ้าหนีหลวงตาไปแล้วหรือ
 
 
 
 
อดีตที่เราเคยร่วมทุกข์ร่วมสุข