วันที่ 30 มีนาคม 2562

                  โครงการบวชเพื่อฝึกฝนตนเอง ของสามเณรภาคฤดูร้อน ที่จบลงเมื่อวานนี้ (29 มีนาคม 2562)  วานนี้หลังฉันอาหารญี่ปุ่นช่วงเช้าเสร็จแล้ว  พระพี่เลี้ยงพาสามเณรไปรับนมกล่องที่ทางโรงเรียนกำหนดให้นักเรียนไปเซ็นรับ  เพื่อนำมาดื่มตลอดช่วงปิดเทอม  หลังเพลจึงทำพิธีสึก  ในที่สุดเซียงน้อยทั้งสามคนก็กลับสู่ความเป็นชาวบ้านธรรมดา  อยู่ในความดูแลรับผิดชอบของผู้ปกครองดังเดิมต่อไป

                  เจ้าภาพถวายบาตร, จีวร, อาหาร, โครงการบวชสามเณรภาคฤดูร้อนประกอบด้วย คุณแม่เต็ม มงคลสวัสดิ์,  แม่ล้อม,   คุณกาญจนา ศรกุล, คุณกมลณัชธ์  และชาวบ้านในละแวกที่สามเณรได้ออกรับบิณฑบาตร

พี่เลี้ยง - ศิษย์เณรคุณครู - ศิษย์เณรเซ็นชื่อรับนม
ออกรับอาหารล้างบาตร - ตากบาตรกราบพระคุณ
ดอกไม้บิณฑบาตรดอกไม้บิณฑบาตรดอกไม้บิณฑบาตร

                  ตลอด 15 วัน ภายใต้ชื่อโครงการบวชเสามเณรภาคฤดูร้อน  ทุกเช้าหลังไหว้พระสวดมนต์  พาเณรน้อยออกบิณฑบาตรโปรดญาติโยมในอำเภอศรีสมเด็จ, อำเภอเมือง, มีรถคุณทวดที่ชราภาพมากแล้วนำพาไป  แม้บางวันคุณทวดจะป่วยบ้าง แต่ท่านก็ยังเป็นที่พึ่งของเราได้อย่างตลอดรอดฝั่ง  บางวันที่โยมเอาเงินใส่บาตรก็ได้เติมน้ำมันรถ น้ำมันคนขับบ้าง วันละ 50 วันละ 100 หรือบางวันก็ต้องใช้คาถาว่า "ยุบหนอ พองหนอ"

                  วันที่เณรทั้ง 3 พากันลาสึก (29 มีนาคม 2562)  คุณแม่เต็ม มงคลสวัสดิ์   มาถวายอาหารเพล  ได้เห็นกิริยา ได้ยินเสียง แสดงออกถึงความดีใจที่จะได้สึก  ด้วยความเป็นเด็กของเณรทั้ง 3 คงจะไม่เห็นคุณค่าอุปการะคุณต่างฯที่ได้รับ ก็คิดถึงคำทำนายที่เคยได้อ่านในหนังสือ ในคำภีร์ต่างฯ ที่พูดถึงอายุพุทธศาสนาว่า "กึ่งพุทธกาลผ่านไปแล้ว ขณะนี้เข้าสู่ครึ่งหลังของศาสนาพุทธแล้ว"

                  จากหน้าที่เป็นพระพี่เลี้ยงของสามเณร กลับสู่ความเป็นหลวงตาอีกครั้ง  พร้อมกับการเกิดขึ้นใหม่ของต้นไม้ดอกเพื่อการบูชาชื่อ "ดอกบิณฑบาตร" เริ่มจากเกิดในบาตรทุกฯเช้า (รวม 1,050 บาท) สู่ผืนแผ่นดินบริเวณที่เรียกว่าอนุสาวรีย์คนเป็น  เป็นที่กราบไหว้ของผู้ที่มองเห็นต่อไป

 

วันที่ 30 มีนาคม 2562

                  บ่ายวานนี้ (29 มีนาคม 2562) เข้าเมืองพร้อมกับช่าง ซื้อกระเบื้องสำหรับมุงหลังคากุฏิกรรมฐาน ราคา 40,093 บาท ก่อนหน้านี้ก็ได้ซื้อเหล็กสำหรับทำโครงหลังคา จำนวน  32,086 บาท  ราคาค่าวัสดุ, ค่าแรงช่าง,  "คุณอมร ปลั่งแสงมาศ เป็นเจ้าภาพ คอยดูแล"

         
       

                  เที่ยงวันนี้ทางร้านเอากระเบื้องมุงหลังคามาส่งที่วัด ช่างและคนงานต่างก็ทำงานด้วยความขะมักเขม้น  ตามเจตนารมณ์ของ "คุณอมร ปลั่งแสงมาศ ผู้เป็นเจ้าภาพ"  บนโลกยุคเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าเช่นนี้  แม้ผู้คนส่วนมากจะพากันวิ่งตาม และวิ่งตามอยู่ตลอดเวลา  บางคนก็ตามทันแล้วหยุดเชยชมอยู่ไม่นานก็วิ่งตามอีก  บางคนก็ตายระหว่างทาง  หากแต่ยังมีอยู่บางคน, บางกลุ่ม, บางคณะ,  เป็นผู้มีสติปัญญา, มีตาทิพย์, มองเห็นกาลไกล ไกลถึงชาติหน้า, มีความพากเพียร, พากันแสวงหาบุญกุศลระดับสูง  เป็นเนื้อนาบุญของโลก  สมกับการเกิดมาพบกับพุทธศาสนา  แม้ปัจจุบันศาสนาพุทธจะผ่านไป เข้าสู่ปีที่ 2607 ก็ตาม

 

                 คุณอมร ปลั่งแสงมาศ  "เจ้าภาพสร้างกุฏิกรรมฐาน"  และสร้าง "กุฏิศรีธน" ขึ้นใหม่

 
 

 

แสงสว่างที่เกิดขึ้น

         กุฏิศรีธนที่สร้างเสร็จสมบูรณ์ 100%    ภาพและรายละเอียด

 

 
 
บันทึกในไดอารี่